นายจ้างขอลดค่าจ้างทำได้ไหม? เจาะลึกการยินยอมโดยปริยายและการเปลี่ยนสภาพการจ้าง

เขียนโดย: ทนายสาย HR (ทนายตรัย พนากร เตโชสถิตยกุล)

สวัสดีวันสุขครับ พี่น้องชาว HR ทุกท่าน ช่วงนี้ทนายจะเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องสาระพันปัญหาแรงงานมากหน่อย เพราะมีคำถามเข้ามาที่ทนายสาย HR เยอะมาก และบางเรื่องเห็นว่ามีความน่าสนใจ ทนายจึงได้ขออนุญาตผู้สอบถาม เพื่อนำเรื่องราวของเขาเหล่านั้นมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับเพื่อนๆ แฟนเพจทุกคนได้อ่านศึกษากัน

ในวันนี้ เป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง “นายจ้างขอลดค่าจ้างลูกจ้าง” มาติดตามกันเลยครับ

นายจ้างขอลดค่าจ้างลูกจ้าง สภาพการจ้าง

ค่าจ้างกับการตกลงยินยอมเพื่อลดเงินเดือน

ค่าจ้างถูกกำหนดไว้ในมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายถึง เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้าง...

คำถามคือ: นายจ้างขอลดค่าจ้างได้หรือไม่?
คำตอบคือ ขอลดได้ถ้าลูกจ้างยินยอม ซึ่งการยินยอมนั้นมีได้ทั้งการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการยินยอมโดยการนิ่ง (ยินยอมโดยปริยาย)

ในทางกฎหมาย การนิ่งถือเป็นการแสดงเจตนาอย่างหนึ่งที่กฎหมายรับรอง (เช่น ในทางแพ่ง การเช่าทรัพย์ที่สิ้นสุดระยะเวลาแล้วแต่ผู้เช่ายังอยู่ต่อโดยผู้ให้เช่าไม่คัดค้าน ถือเป็นการเช่าแบบไม่มีกำหนดเวลา)

ในส่วนของแรงงาน การนิ่งของพนักงานโดยไม่คัดค้านการลดเงินเดือนของฝ่ายนายจ้าง ศาลฎีกาได้เคยมีคำวินิจฉัยรับรองเรื่องการตกลงโดยปริยายไว้เช่นกัน

📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1921/2545 (การยินยอมลดค่าจ้างโดยปริยาย)

“การตกลงกำหนดค่าจ้างโจทก์และลูกจ้างอื่นเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หากจำเลยผู้เป็นนายจ้างประสงค์จะลดค่าจ้างอันเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยต้องแจ้งข้อเรียกร้องต่อลูกจ้างและดำเนินการตามขั้นตอนจนมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับใหม่ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 หรือจำเลยจะตกลงกับลูกจ้างแต่ละคนไว้เป็นหนังสือ หรือโดยปริยายให้จำเลยแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ได้

การที่จำเลยประสบวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ จึงขอลดค่าจ้างของโจทก์และลูกจ้างอื่น โดยจำเลยเรียกประชุมผู้จัดการทุกฝ่ายรวมทั้งโจทก์เพื่อแจ้งเรื่องการลดเงินเดือน แล้วให้ผู้จัดการแต่ละฝ่ายแจ้งพนักงานในฝ่ายของตนทราบต่อไป ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการลดเงินเดือนพนักงานโดยโจทก์และลูกจ้างอื่นไม่คัดค้านและยอมรับเงินเดือนในอัตราใหม่ตลอดมา จึงถือได้ว่าโจทก์และลูกจ้างอื่นต่างตกลงโดยปริยายให้จำเลยแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในเรื่องอัตราค่าจ้างได้ จำเลยจึงมีสิทธิลดค่าจ้างโจทก์ได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย”

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงแต่ละคดีต่างกัน จึงไม่อาจถือเอาคำพิพากษานี้ยึดเป็นสรณะได้ทั้งหมด เมื่อดูแล้วก็ลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับองค์กรของท่านต่อไปครับ


กรณีศึกษา: ควบตำแหน่ง HR + PA แล้วขอยกเลิกงาน PA

มาเข้าเรื่องที่ถาม ทนายพอถามไปถามมาแล้วได้ความว่า ตอนแรกสมัครเข้ามาเป็น HR ในลักษณะสัญญาจ้างมีกำหนดเวลา จากนั้นนายจ้างตกลงจ้างประจำ และให้ทำงานอีกตำแหน่งคือเป็น Personal Assistant (PA) ซึ่งเนื้องานดังกล่าวก็จะมีตั้งแต่หาแม่บ้าน หาคนขับรถให้พ่อแม่เจ้านาย ติดต่อครูสอนภาษาอังกฤษลูกเจ้านาย บลาๆๆ

พอได้ทำไปพบว่าไม่ได้ชอบงาน PA งานเยอะกว่างาน HR เลยขอเขาถอดตำแหน่งงาน PA ออก โดยงาน PA ที่เพิ่มมาได้เงินเพิ่ม 3,000 บาท จากฐานเดิม ซึ่งทนายดูแล้วก็ Fair อยู่ เพราะเขาจะได้เอาเงินตรงนี้ไปหาคนใหม่ทำแทน

⚖️ ถ้านายจ้างขอลดเงินเดือนฝ่ายเดียว โดยลูกจ้างไม่ยินยอม ทำได้หรือไม่?

นายจ้างทำไม่ได้นะครับในเรื่องนี้ เพราะการลดเงินเดือนลงยังไงก็เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณกับลูกจ้าง สิ่งที่นายจ้างทำได้คือยืนยันว่าลูกจ้างต้องทำงาน PA เพราะตกลงกันไว้แต่แรกแล้วเท่านั้น

ทนายจึงลองให้ลูกจ้างท่านนี้หาวิธีการที่จะ Win-Win ทั้งสองฝ่าย คือลองต่อรองกับนายจ้างดูว่า ถ้าเราไม่อยากให้ลด แต่ขอดูแลงานอื่น (ที่เราเลือกแล้ว) ที่ไม่ใช่ PA จะได้มั้ย ถ้านายจ้างโอเค ทุกอย่างก็จบลงได้ด้วยดีครับ

📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7238 – 7239/2544 (การเปลี่ยนสภาพการจ้างที่เป็นโทษโดยไม่ได้รับยินยอม)

“การที่จำเลยมีคำสั่งยกเลิกตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขายซึ่งโจทก์ทำงานอยู่และมีคำสั่งให้โจทก์ไปทำงานในหน้าที่พนักงานขายทั้งให้ลดเงิน เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่เป็นโทษแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่ได้ให้ความยินยอม จำเลยย่อมไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างดังกล่าวได้ตามลำพังเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากมิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 20 ไม่มีผลบังคับแก่โจทก์ การที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนต่อคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของจำเลยในกรณีร้ายแรง หรือโจทก์ละทิ้งหน้าที่”

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ขอให้มีความสุขสวัสดีกันถ้วนทั่วทุกท่านครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก ทนายสาย HR

ทนายตรัย พนากร เตโชสถิตยกุล

บทความโดย: ทนายสาย HR (ทนายตรัย)

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีบุญลอว์ จำกัด

• ที่ปรึกษากฎหมายองค์กรและวิทยากรอบรมด้านการบริหารงานบุคคล

• ใบอนุญาตทนายความเลขที่: 3097/2553

ต้องการที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน หรือจัดการคดีการลงโทษทางวินัย?

ปรึกษาการจัดฝึกอบรม In-house Training หรือเชิญวิทยากรบรรยายด้าน HR Consulting และกฎหมายแรงงาน

ติดต่อเชิญวิทยากร / ขอใบเสนอราคา