พนักงานมาทำงานสายบ่อย เลิกจ้างได้ไหม? เปิดแนวทางกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา

เขียนโดย: ทนายสาย HR (ทนายตรัย พนากร เตโชสถิตยกุล)

สวัสดีชาว HR ทุกท่าน วันนี้สาระพันปัญหาแรงงาน เล่าสู่กันฟัง กลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้ง วันนี้บรรยากาศเป็นใจทำให้ทนายสาย HR อยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับแรงงานเพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านที่ได้อ่านไม่มากก็น้อย

ใน LINE OPENCHAT ทนายสาย HR มี HR ท่านหนึ่งถามเกี่ยวกับเรื่อง “พนักงานมาทำงานสายบ่อย เราแจ้งเลิกจ้างได้มั้ย”

คำตอบของคำถามนี้ มี 2 แนวทางที่ HR สามารถดำเนินการได้ครับ
พนักงานมาสายบ่อย การตักเตือนและการเลิกจ้าง

แนวทางที่ 1: ตักเตือนเพื่อเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย (ผิดซ้ำคำเตือน)

แนวทางแรกคือ เตือน เตือน และก็เตือน แล้วนายจ้างต้องเตือนสักกี่ครั้งล่ะ ถึงจะเลิกจ้างผิดซ้ำคำเตือนโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้?

ถ้าถามทนายสาย HR ก็คงต้องตอบว่า ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์แห่งเรื่องนั้นๆ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า เตือนครั้งเดียวก็พอแล้วเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยได้เลย หรือต้องเตือนสัก 3 ครั้ง 5 ครั้งก่อนค่อยเลิกจ้าง เพราะความร้ายแรงแห่งพฤติกรรมในการกระทำผิดวินัยของพนักงานไม่เท่ากัน เนื่องจากหน้าที่ความรับผิดชอบต่างกันนั่นเอง

💡 ตัวอย่างเปรียบเทียบความเสื่อมเสียต่อองค์กร

• พนักงานคนหนึ่งมาสายแล้วถูกลูกค้ายกเลิกสัญญาทางธุรกิจ นายจ้างเสียหายหลายแสน
• กับลูกจ้างอีกคนหนึ่งมาสาย แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบทางธุรกิจมากนัก

ตรงจุดนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานของฝ่ายนายจ้างจะแสดงให้ศาลเชื่อว่า การมาทำงานสายของพนักงานคนนั้น ส่งผลกระทบอย่างไรกับองค์กรของนายจ้างซึ่งต้องกำกับดูแลพนักงานทุกคนในภาพรวม การตักเตือนกี่ครั้งจึงควรเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย จึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของพฤติการณ์แห่งเรื่องนั้นๆ ครับ

📌 คำพิพากษาฎีกาที่ 18969/2555 (การเลิกจ้างผิดซ้ำคำเตือนกรณีมาสาย)

แม้การเตือนครั้งที่ 5 จะเป็นการตักเตือนในวันที่ 13 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันก่อนที่ลูกจ้างจะถูกเลิกจ้างเพียง 1 วันก็ตาม แต่ก็เป็นการตักเตือนในความผิดของวันที่ 19 ตุลาคม ส่วนความผิดที่ถูกเลิกจ้างนั้นเป็นความผิดของวันที่ 1 พฤศจิกายน

ทั้งขณะที่ลูกจ้างมาทำงานสายในวันที่ 1 พฤศจิกายน นายจ้างย่อมทราบว่า ลูกจ้างได้กระทำความผิดในวันที่ 19 ตุลาคมมาแล้ว ทั้งหนังสือเตือนก็มีลักษณะเป็นการลงโทษพักงานและตักเตือนลูกจ้างไปพร้อมกัน นายจ้างจึงมีสิทธิลงโทษลูกจ้างด้วยการเลิกจ้าง เพราะลูกจ้างทำผิดซ้ำคำเตือนในความผิดฐานมาทำงานสายวันที่ 1 พฤศจิกายนได้ โดยไม่ถือเป็นการลงโทษซ้ำ


แนวทางที่ 2: เลิกจ้างโดยยอมจ่ายค่าชดเชย (เหตุไม่ไว้วางใจ/ละเลยหน้าที่)

แนวทางที่ 2 คือ นายจ้างเลิกจ้างโดยยอมจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างไป โดยแนวทางนี้นายจ้างต้องพยายามรวบรวมพฤติกรรมการกระทำผิดวินัยของพนักงานที่จะเลิกจ้างให้ได้มากที่สุด แล้วบรรยายให้เห็นว่าเหตุใดจึงทำงานร่วมกับลูกจ้างรายนี้ต่อไปไม่ได้ โดยเหตุไม่ไว้วางใจถือเป็นเหตุหนึ่งในการเลิกจ้างที่เป็นธรรมตามกฎหมายแรงงาน

ในแนวทางนี้ มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ วางบรรทัดฐานสอดคล้องต้องกันดังนี้:

📌 รวมคำพิพากษาสำคัญกรณีการมาสายบ่อยและการเลิกจ้าง

• คำพิพากษาฎีกาที่ 683/2525: ลูกจ้างมาทำงานสาย 9 ครั้ง ถูกนายจ้างเตือนแล้วก็ยังมาทำงานสายอีก ถือว่าลูกจ้างละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งของนายจ้างเป็นอาจิณ นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

• คำพิพากษาฎีกาที่ 1110/2527: หน้าที่สำคัญของลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานคือต้องทำงานให้แก่นายจ้าง การลงเวลาเป็นเพียงหลักฐานเบื้องต้น การมาเซ็นชื่อแล้วกลับไปโดยไม่ปฏิบัติงาน ถือว่าขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

• คำพิพากษาฎีกาที่ 6796/2546: พนักงานทดลองงานมาสายถึง 35 ครั้ง ให้โอกาสปรับปรุงตัวแล้วยังคงประพฤติเช่นเดิม เป็นกรณีจงใจขัดคำสั่งหรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเป็นอาจิณ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 นายจ้างประเมินไม่ผ่านทดลองงานและเลิกจ้างได้

• คำพิพากษาฎีกาที่ 2471/2556: ลูกจ้างไม่อุทิศเวลาทำงาน มาทำงานสาย 38 ครั้ง ลาป่วยลากิจมากเกินปกติ ถือเป็นการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

• คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1823/2564: ผู้จัดการฝ่ายขายมาทำงานสายเป็นประจำและสายมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่ลูกจ้างอื่น ถือเป็นเหตุอันสมควรให้เลิกจ้างได้ (ไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม) แต่เนื่องจากนายจ้างปล่อยปละละเลยให้สายต่อเนื่องมานาน 3 ปี โดยไม่ดำเนินมาตรการทางวินัย การมาสายจึงไม่ใช่กรณีร้ายแรง นายจ้างจึงยังคงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้าง

เป็นอย่างไรบ้างครับ พอเห็นแนวทางที่จะดำเนินการกับพนักงานที่มาสายเป็นประจำขึ้นมาบ้างหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม สาเหตุแท้จริงที่พนักงานมาสายคืออะไร HR วิชาชีพที่ดีก็ควรสืบค้นไปให้ถึงต้นตอของปัญหา และหากมีวิธีการแก้ไขที่ดีกว่าการเลิกจ้าง เช่น การเข้ากระบวนการ PIP (Performance Improvement Plan) ใช้พระคุณนำพระเดช ทำให้พนักงานที่กระทำผิดวินัยกลับมาตั้งใจทำงานและเคารพกฎระเบียบได้ คุณก็จะอยู่ในใจของพนักงานไม่ว่าคุณจะไปอยู่องค์กรไหนก็ตาม

ด้วยรักและปรารถนาดี ทนายสาย HR

ทนายตรัย พนากร เตโชสถิตยกุล

บทความโดย: ทนายสาย HR (ทนายตรัย)

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีบุญลอว์ จำกัด

• ที่ปรึกษากฎหมายองค์กรและวิทยากรอบรมด้านการบริหารงานบุคคล

• ใบอนุญาตทนายความเลขที่: 3097/2553

ต้องการที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน หรือจัดการคดีการลงโทษทางวินัย?

ปรึกษาการจัดฝึกอบรม In-house Training หรือเชิญวิทยากรบรรยายด้าน HR Consulting และกฎหมายแรงงาน

ติดต่อเชิญวิทยากร / ขอใบเสนอราคา