สมัยที่ผู้เขียนเคยเป็นเจ้าหน้าที่ HR ได้พบประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องวินัยและการลงโทษพนักงานอยู่เป็นประจำ จะทำอย่างไรตัดสินอย่างไรจึงจะถือว่าเหมาะสมพอควรแก่การลงโทษทางวินัยพนักงาน ซึ่งก็เป็นเรื่องยากที่จะหาจุดลงตัวให้ถูกใจทั้งนายจ้าง และได้ใจจากทางลูกจ้าง อย่างที่จะได้เล่าย้อนวันวานให้ฟัง มาติดตามกันเลยครับ
เหตุการณ์ผีจับยัด: แอบเล่นไฮโลในห้องสูบบุหรี่วันหยุด
เรื่องมีอยู่ว่า เช้าวันอาทิตย์พนักงานกะได้เข้ามาทำงานกันตามปกติ โดยมีเพียงหัวหน้ากะมาควบคุมการปฏิบัติงาน แต่ปรากฏว่าเหมือนมีผีจับยัดเป็นเหตุให้นายชาวต่างชาติ นึกครึ้มอกครึ้มใจอย่างไรไม่อาจทราบได้ เข้ามาทำงานในวันดังกล่าวด้วยทั้งที่เป็นวันหยุดของพนักงานประจำ ซึ่งปกติจะไม่เคยเข้ามา
ปรากฏว่าเมื่อนายชาวต่างชาติเดินเข้าไปในไลน์การผลิต กลับไม่พบพนักงานอยู่ประจำไลน์การผลิต ด้วยความสงสัยนายชาวต่างชาติจึงได้เดินสำรวจบริเวณรอบๆ โรงงาน และพบว่าพนักงานส่วนใหญ่ในไลน์ผลิตดังกล่าวไปรวมตัวกันอยู่ที่ห้อง Smoking Room (ห้องสูบบุหรี่) และกำลังเล่นการพนันไฮโลกัน!
นายชาวต่างชาติจึงได้รายงาน MD ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และเกิดการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ขึ้น ผู้เขียนขณะนั้นได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้าน ER (แรงงานสัมพันธ์) หัวหน้าจึงให้ทำเรื่องนี้ สงสัยเห็นว่าจบนิติศาสตร์มา (ไฟกำลังแรงซะด้วย 55) ก็ได้สืบสวนหาข้อมูลจนครบถ้วนเสร็จสิ้นและสรุปได้ว่า มีการกระทำความผิดจริง และมีผู้กระทำความผิดรวมกันประมาณ 30 คน HR จึงได้แจ้งสรุปผลการสอบสวน รวมถึงโทษทางวินัยที่เคยตัดสินมาในอดีตของบริษัทต่อ MD โดยความผิดดังกล่าวมีโทษถึงขั้นเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย!
ความขัดแย้ง: เมื่อฝ่ายผลิตขอเลือกเลิกจ้างเฉพาะบางคน
คราวนี้เรื่องสนุกสนานบันเทิงก็เกิดขึ้นโดยมิได้นัดหมาย เพราะหากเลิกจ้างพนักงาน 30 คนพร้อมกัน ย่อมกระทบกระบวนการผลิต ส่งผลต่อการส่งสินค้าให้กับลูกค้า ผู้จัดการ หัวหน้างาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร้องขอมายัง MD ว่าไม่ควรเลิกจ้างทั้งหมดทุกคน แต่ควรเลิกจ้างเฉพาะบางคนเท่านั้น ซึ่งเป็นคนที่มีปัญหาในการทำงาน MD จึงมีคำสั่งมาที่ HR แจ้งให้ดำเนินการตามที่หน่วยงานร้องขอ
⚖️ ข้อทัดทานจาก HR: ป้องกันการลงโทษสองมาตรฐาน
ผู้เขียนขณะนั้นเห็นว่า หากดำเนินการตามขอ ก็จะเกิดผลเสียกับบริษัทขึ้น เพราะเป็นการลงโทษสองมาตรฐาน ทั้งที่ทำผิดในเรื่องเดียวกันพร้อมกัน ยากที่จะทำให้ศาลเชื่อว่าเป็นการลงโทษที่เป็นธรรมต่อพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง
HR จึงทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมแนบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ศาลแรงงานไทยเคยตัดสินในอดีตส่งให้กับ MD พิจารณาอีกครั้งว่า หากตัดสินใจเช่นดังกล่าว บริษัทต้องเจออะไรบ้างเมื่อพนักงานที่ถูกเลิกจ้างไปฟ้องกรมแรงงานหรือศาล
1. หากประสงค์จะลดโทษ: ควรลดโทษให้ทุกคน โดยใช้เหตุกระทำผิดครั้งแรกและพนักงานขอโอกาสปรับปรุงตัว ลงโทษพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง (ซึ่งเป็นโทษรองลงมาจากเลิกจ้าง)
2. หากประสงค์จะเลิกจ้าง: ต้องเลิกจ้างทั้งหมดทุกคน มิเช่นนั้นจะถูกข้อกล่าวหาว่าลงโทษสองมาตรฐานได้
เรื่องนี้ถึงกับต้องมีการประชุมกับ President (ประธานบริษัท) เพื่อหาข้อสรุปว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ผลสรุปออกมาว่าให้เลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมด โดยยึดตามกฎระเบียบบริษัทและการลงโทษที่เคยตัดสินมาในอดีต
ผลกระทบกับ HR และข้อคิดทิ้งท้าย
แต่อย่าคิดว่าผู้เขียนจะสบายนะครับ เพราะโดยใจจริงก็อยากให้ลดโทษพนักงานทั้งหมด แต่ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากเพิ่งเข้างานที่บริษัทดังกล่าวน่าจะยังไม่ถึง 2 เดือน ยังไม่ผ่าน Probation (ทดลองงาน) ด้วยซ้ำ
แต่กลับมีข่าวแพร่สะพัดออกไปในทันทีที่ผลสรุปออกมาให้เลิกจ้างว่า "HR คนใหม่เป็นคนเอาพวกมึงออก ไม่ใช่พวกกูนะ" (เข้าใจว่าหัวหน้างานคงแอบกระซิบบอกพนักงาน 55) ทำให้รถมอเตอร์ไซค์ของผู้เขียนโดนทุบซะเละ แต่ไม่สามารถหาคนทำได้ ดีว่าหัวหน้าผู้เขียนออกเงินค่าซ่อมรถให้ เรื่องจึงจบลงด้วยดี
📌 บทเรียนสำหรับ HR และลูกจ้าง
• สำหรับ HR: การเป็น HR ที่ดีคุณต้องมีหลักที่ถูกต้อง ยึดกฎระเบียบและกฎหมายเป็นหลัก ไม่ควรยึดตามความพอใจของคนหนึ่งคนใด แต่ถ้าผู้มีอำนาจต้องการอย่างไรที่อาจจะไม่สอดคล้องต่อกฎหมาย ก็ต้องแนะนำแนวทางที่ถูกต้อง โดยพยายามอ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาประกอบการตัดสินใจของนายจ้าง หากนายจ้างเลือกอย่างไรแล้ว HR ก็ถือว่าได้พยายามทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่แล้ว
• สำหรับลูกจ้าง: พึงระลึกเสมอว่า เรามาทำงานหาเลี้ยงครอบครัว กลับบ้านทุกครั้งยังมีคนข้างหลังรออยู่ จะคิดจะทำอะไรที่ผิดต่อกฎระเบียบบริษัทก็ไม่สมควรทำ เพราะเสี่ยงต่อการถูกลงโทษทางวินัย อาจต้องตกงาน สมัยนี้ยิ่งหางานยากมากนะครับ พึงระมัดระวังกายใจตนเองให้ดี
⚖️ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ณ ขณะนั้น
พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 6: “ผู้ใดอยู่ในวงการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือขัดต่อข้อความในกฎกระทรวง หรือใบอนุญาตซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเล่นด้วย เว้นแต่ผู้ซึ่งเพียงแต่ดูการเล่นในงานรื่นเริงสาธารณะ หรือในงานนักขัตฤกษ์ หรือในที่สาธารณสถาน”
ด้วยความห่วงใยจากผู้เขียนครับ
ทนายสาย HR