สวัสดีครับทุกท่าน ห่างหายกันไปนานกับบทความของทนายสาย HR ก็ยังหวังว่าเรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านไม่มากก็น้อย
ก่อนอื่นอยากเอ่ยถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในฐานะคนไทยแล้วรู้สึกโกรธมากจากเหตุการณ์นี้ คนหน้าไหว้หลังหลอกเป็นยังไงก็ดูได้จากเรื่องนี้แหละ แต่ก็ยังหวังว่าจะไม่มีทหารหรือประชาชนฝ่ายใดต้องเสียชีวิตเพิ่มอีก
⚖️ ความหมายและการใช้กฎหมายบังคับเรื่อง "ฟ้องซ้อน"
“ฟ้องซ้อน” หมายความว่า มีการฟ้องคดีอยู่ที่ศาลไว้อยู่แล้ว แต่ผู้ฟ้องก็ยังฟ้องคดีในเรื่องเดียวกันเพิ่มเติมเข้าไปอีก
โดย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ไม่ได้บัญญัติเรื่องการฟ้องซ้อนไว้เฉพาะ จึงต้องนำ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ตาม วิ.แรงงาน มาตรา 31
แล้วคดีแรงงานซึ่งเป็นระบบไต่สวนล่ะ สามารถฟ้องซ้อนได้หรือไม่?
ก็ต้องตอบว่าได้นะครับ แต่ปัจจุบันเกิดขึ้นค่อนข้างยากเพราะกฎหมายแรงงานค่อนข้างนิ่งแล้ว และเริ่มมีฎีกาในเรื่องดังกล่าวออกมาให้ศึกษากัน โอกาสที่จะฟ้องซ้อนจึงไม่น่าเกิดขึ้นได้ และอีกอย่างรูปแบบการฟ้องร้องคดีแรงงาน มักจะมีเงินที่ลูกจ้างจะเรียกร้องเป็น pattern กล่าวคือ ค่าชดเชย ค่าบอกกล่าว เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ที่มักจะฟ้องเป็น set มาพร้อมกัน
อย่างไรก็ตามในอดีตเคยมีลูกจ้างที่แยกฟ้องมา ศาลแรงงานได้วินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้อน!!
📌 คำพิพากษาฎีกาที่ 8382/2550 (กรณีลูกจ้างแยกฟ้อง = ฟ้องซ้อน)
ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง บัญญัติว่า "นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคำฟ้องแล้วคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาและผลแห่งการนี้ (1) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น"
ความมุ่งหมายของบทบัญญัติดังกล่าวก็คือ คดีเรื่องเดียวกันโจทก์ควรจะฟ้องร้องว่ากล่าวกันไปเสียให้เสร็จสิ้นในคราวเดียวกัน คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม โดยอ้างเหตุว่าจำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ร่วมมือกับ ฉ. ว่าจ้างให้ บ. กับพวก ขุดดินวางสายเคเบิ้ลแล้วไม่จ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือและนำอุปกรณ์สื่อสัญญาณเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์ไปใช้นอกพื้นที่บริการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานของจำเลยเรียกรับและแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ขอติดตั้ง แล้วมีคำสั่งลงโทษไล่โจทก์ออกจากการทำงาน โดยเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
คดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยเหตุเดียวกันกับเหตุที่ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมคดีก่อน และเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยจากจำเลยในขณะที่คดีก่อนยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลาง การฟ้องคดีทั้งสองเรื่องต่อศาลแรงงานกลางเป็นการเรียกร้องสิทธิในมูลหนี้หรือสิทธิเรียกอันเกี่ยวกับการเลิกจ้างในคราวเดียวกัน ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยเพื่อเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมในคราวเดียวกันได้หรือขอแก้ไขคำฟ้องในคดีเดิมภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางในระหว่างคดีก่อนอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลางจึงเป็นการยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31
คดีอาญายักยอกทรัพย์ กับการฟ้องผิดสัญญาจ้างแรงงาน เป็นฟ้องซ้อนหรือไม่?
แล้วเคยนึกสงสัยไหมว่า เวลานายจ้างถูกลูกจ้างยักยอกทรัพย์แล้วอัยการฟ้องลูกจ้างให้ชดใช้เงินคืนให้กับนายจ้าง และนายจ้างไปฟ้องลูกจ้างให้รับผิดตามสัญญาแรงงาน ถือว่าเป็นฟ้องซ้อนหรือไม่ ศาลแรงงานได้วินิจฉัยว่าไม่เป็นฟ้องซ้อน!!
📌 คำพิพากษาฎีกาที่ 977/2550 (ไม่เป็นฟ้องซ้อน)
คดีอาญาเรื่องก่อนพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ฐานยักยอกทรัพย์และขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยักยอกไป แม้จะถือว่าเป็นการขอแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 แต่ก็เป็นกรณีที่เนื่องมาจากการกระทำผิดอาญาเท่านั้น
ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้าง ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ 1 นั้นอาจเป็นบ่อเกิดแห่งคดีที่จะใช้สิทธิเรียกร้องได้สองทางคือในมูลละเมิดและสัญญาจ้างแรงงาน แม้คำขอบังคับจะเป็นอย่างเดียวกันแต่ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหามิได้เป็นอย่างเดียวกัน และคำฟ้องของโจทก์กรณีผิดสัญญาจ้างแรงงานนั้นเป็นอำนาจของคู่สัญญาโดยเฉพาะ พนักงานอัยการไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้างในคำขอส่วนแพ่งได้ จึงมิใช่เป็นเรื่องเดียวกันอันจะเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31
ดังนั้น เรื่องการฟ้องซ้อนในคดีแรงงานสามารถเกิดขึ้นได้ ลูกจ้างท่านใดหากจะฟ้องคดีก็ควรฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วน พินิจพิจารณาให้ดีก่อนฟ้องคดีนะครับ
ส่วนนายจ้างหากรู้อยู่แล้วว่าตนต้องจ่ายค่าชดเชย ก็อย่าดึงเช็งมารอจ่ายที่ศาลเลย มาสู้กันแค่ประเด็นเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่ดีกว่า ล่าสุดทนายเจอเคสเลิกจ้างเพราะปรับโครงสร้างองค์กร แต่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยเพราะลูกจ้างไม่ลงนามในหนังสือสละสิทธิฟ้องร้อง อย่าหาทำแบบนี้เลยนะครับ ไม่ดีหรอก
ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ทนายสาย HR